โน้ตแต่ละตัวในอ็อกเทฟจะมีระดับเสียงหรือความถี่เป็นสองเท่าของโน้ตตัวเดียวกันจากอ็อกเทฟตัวที่อยู่ก่อนหน้า ตัวอย่างเช่น A ในอ็อกเทฟที่ 4 จะมีความถี่ 440Hz ส่วน A ในอ็อกเทฟที่ 5 จะมีความถี่ 880Hz

 

ตัวโน้ตดนตรี

ตามหลักของดนตรีสากลจะสามารถวางตัวโน้ตได้ทุกที่บนบรรทัดห้าเส้น ทั้งบนเส้น, ระหว่างเส้น, และคาบเส้น 

กุญแจประจำหลัก (clef) จะเป็นตัวกำหนดตัวโน้ตที่อยู่บนเส้น ตัวอย่างเช่น หาก G clef (หรือกุญแจซอล) อยู่บนเส้นที่สองนับจากด้านล่าง โน้ตที่อยู่บนเส้นนี้ต้องเล่นเสียงซอล โดยเฉพาะเสียงซอลที่อยู่เหนือเสียงโดกลาง​

นอกจากนี้ยังมีกุญแจประจำหลักอีกสองตัวคือ F clef (เรียกอีกอย่างว่ากุญแจฟา) และ C clef (หรือกุญแจโด)​

กุญแจฟาจะวางอยู่บนเส้นที่สี่นับจากด้านล่าง ซึ่งกำหนดให้เล่นเสียง "ฟา" ในบรรทัดนี้ โดยเฉพาะเสียงฟาที่อยู่ใต้เสียงโดกลาง นอกจากนี้กุญแจฟายังสามารถวางไว้บนเส้นอื่น ๆ ได้ โดยเส้นนั้นจะเป็นตัวกำหนดเสียงโดกลาง​

เพลงเปียโนจะมีการใช้กุญแจฟาและกุญแจซอลเท่านั้น ส่วนเสียงโดกลางก็คือโดที่อยู่ตรงกลางของคีย์บอร์ดเปียโน หรือโดที่ใกล้เคียงกับผู้เล่นมากที่สุดหากผู้เล่นนั่งอยู่ตรงกลางเปียโน โดยในแผ่นเพลง เสียงโดกลางมักจะแสดงอยู่บนเส้นน้อย และในกุญแจซอล เสียงโดกลางจะอยู่ใต้บรรทัดห้าเส้น ส่วนในกุญแจฟา เสียงโดกลางจะอยู่เหนือบรรทัดห้าเส้น​

ความยาวของโน้ตเพลง

ความยาวของโน้ตเพลงคือระยะเวลาที่โน้ตนั้นถูกเล่นในช่วงเวลาหรือช่วงจังหวะหนึ่ง โดยจะมีการคำนวณความยาวและระยะเวลาในการเล่นในเชิงคณิตศาสตร์ และตัวโน้ตแต่ละตัวจะมีระยะเวลาในการเล่นที่เฉพาะเจาะจง

 

จากหลักการพื้นฐานของตัวโน้ตที่ได้กล่าวมานี้ จะช่วยให้คุณสามารถเรียนรู้เรื่องตัวโน้ตได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

แหล่งที่มา

https://en.wikipedia.org/wiki/Musical_note

https://www.key-notes.com/blog/learn-music-notes

https://www.ducksters.com/musicforkids/music_notes.php

https://music.stackexchange.com/questions/69410/what-is-an-octave

 

15-peerapongmusicschool_ac_thLAYLA

 สอนเล่นเปียโน เรียนดนตรี เปียโนเด็ก โรงเรียนดนตรี โรงเรียนสอนเปียโน กรุงเทพ คอร์สเรียนเปียโน เรียนดนตรีที่ไหนดี เรียนเปียโนเบื้องต้น ครูสอนเปียโนเก่งๆ

PEERAPONG

MUSIC SCHOOL

มาทำความรู้จักกับตัวโน้ตจากการเรียนเปียโน

โน้ตคือระดับของเสียงและความยาวของเสียง อีกทั้งยังสามารถแสดงอยู่ในรูปของตัวโน้ตดนตรี และเป็นส่วนประกอบในการเขียนเพลงในแทบทุกขั้นตอน เช่น การแบ่งตัวโน้ตในเนื้อเพลงเพื่อช่วยในการแสดง, การตีความ, และการวิเคราะห์เนื้อเพลง

 

ระดับของเสียง

เสียงประกอบด้วยการสั่นสะเทือนหรือคลื่น ซึ่งคลื่นเหล่านี้ประกอบด้วยความเร็วหรือความถี่ โดยระดับของเสียงนั้นใช้เพื่อแสดงว่าโน้ตตัวนั้น ๆ มีเสียงต่ำหรือเสียงสูงเท่าใด ยิ่งคลื่นมีความถี่สูง ระดับเสียงของโน้ตก็จะยิ่งสูงขึ้น

 

บันไดเสียงและบันไดตัวโน้ต

นักดนตรีส่วนใหญ่ใช้บันไดเสียงโครมาติกซึ่งเป็นโน้ตดนตรี 7 ตัวคือ A, B, C, D, E, F และ G โดยตัวโน้ตแต่ละตัวจะมีความถี่หรือระดับเสียงที่แตกต่างกัน

 

นอกจากนี้โน้ตเหล่านี้ยังมีความแตกต่างกันคือชาร์ป (♯) และแฟลต (♭) โดยชาร์ปจะมีการเคลื่อนที่ขึ้นทีละครึ่งเสียง ส่วนแฟลตจะมีการเคลื่อนที่ลงทีละครึ่งเสียง

 

อ็อกเทฟ

โน้ต 7 ตัวแต่ละชุดดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นและโน้ตครึ่งขั้นเสียงจะเรียกว่าอ็อกเทฟ โดยอ็อกเทฟตัว "กลาง" มักเรียกว่าอ็อกเทฟตัวที่ 4 ดังนั้นอ็อกเทฟตัวก่อนหน้าจะเป็นตัวที่ 3 ส่วนอ็อกเทฟตัวหลังจะเป็นตัวที่ 5

Menu

โทรหาเรา คลิกเลย !​

Call Center​